Home
เปิดมุมมอง....นครรัฐปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ความฝันหรือความจริง? PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 14 December 2009 04:37
ไลลา เจะซู
กลุ่ม INSouth : เครือข่ายบัณฑิตอาสา พัฒนาสังคม จังหวัดชายแดนภาคใต้ (คบส.จชต.)

ตลอดระยะเวลา  ๕  ปีที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนกับประชาชน  จนนำมาซึ่งความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจกัน  และก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน  รัฐทุ่มเทงบประมาณมหาศาลเพื่อแก้ปัญหาแต่ยังไม่พบหนทางแห่งสันติภาพอย่างแท้จริง 
      เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม  ๒๓  องค์กร  จึงเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  “นครรัฐปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ความฝันหรือความจริง”  วันที่  ๑๐  ธันวาคม ๒๕๕๒  ณ  สำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ. ปัตตานี)  ด้วยความเชื่อมั่นว่า  ปัญหาสามจังหวัดสามารถแก้ได้   หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ   เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งและเกี่ยวข้องกับปัญหา 
 

      วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมโครงการฯ  ต่างนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาและรูปแบบการเมืองการปกครองในอุดมคติที่ต้องการให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ในอนาคต  คำถามที่ตามมาคือ  ประชาชนผู้เป็น “เจ้าของชะตากรรม”  มีความคิดเห็นต่อสิ่งนั้นอย่างไร  หรือที่ผ่านมา  เรากำลังพูดแทนเสียงของประชาชน (ส่วนใหญ่)  โดยที่เขาเหล่านั้นมิได้ยินยอมหรือเห็นชอบด้วยประการใด

      รศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ  คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้ทัศนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการเขตปกครองพิเศษแห่งนครรัฐปัตตานีว่า  “หากมีการพูดคุยก่อนหน้านี้  เราน่าจะรักษาชีวิตของประชาชนก่อนที่จะมีการประหัตประหารเกิดขึ้น  การที่สังคมไม่สามารถกำกับและควบคุมความรุนแรงได้ สะท้อนให้เห็นว่า  กระบวนการแก้ปัญหาที่ผ่านมา  ไม่ได้เป็นผลมาจากการร่วมคิดร่วมทำของคนในพื้นที่” 

      ดร.สุริยะ สะนิวา คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา กล่าวว่า “ความมั่นคงของรัฐไทย  ทำให้ประชาชนคนไทยถูกกระทำและคนมลายูในพื้นที่เป็นเหยื่อของความรุนแรง  โดยที่ตนไม่รู้ตัว”  ทุกวันนี้  สังคมภายนอกเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาโดยใช้สันติวิธี  แต่รัฐไทยประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้งว่า  จะไม่มีการเจรจากับกลุ่มขบวนการฯ  ใดๆ  เพียงเพราะข้ออ้างว่า  อาจเป็นช่องทางในการสร้างความชอบธรรมทางสังคมและยกระดับองค์กรเคลื่อนไหวใต้ดินที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐ   ซึ่งอาจกระทบกับความมั่นคงของรัฐในอนาคต.........

      อาจารย์สุริยะ  ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า   สาเหตุที่ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น  เพราะไม่มีการเคารพดินแดน  ศาสนา  วัฒนธรรม  ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธ์  ไม่มีการพัฒนาให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มต่างๆ  ไม่มีการสร้างความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ  ไม่มีการพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม

      ดร.โคทม  อริยา  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี  มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ประเทศมาเลเซียไม่สนับสนุน MERDEKA PATTANI  เราปฏิเสธขบวนการเอกราชปัตตานี  หากแต่เราขอสนับสนุนเขตปกครองพิเศษและส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นปัตตานี  ที่ผ่านมา  “การปกครองตนเอง”  เป็นคำต้องห้าม  เพราะกรอบความคิดหลักของสังคมคือ “1 รัฐ  1 ชาติ  ประเทศไม่สามารถที่จะแบ่งแยกออกจากกันได้” ดังนั้น  เราต้องผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการและพัฒนาด้วยตนเอง

      ในขณะที่ ดร.กามารุลซามัน อิสกันดา  บุคลากรชื่อดังจากมหาวิทยาลัยไซน์ ประเทศมาเลเซีย (Universiti Sains Malaysia : USM)  ให้ความเห็นว่า  “ผมมีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดการความขัดแย้งในหลายๆ  พื้นที่ของโลก หลายพื้นที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ล้มเหลว อันเนื่องมาจาก ความไม่จริงใจในการแก้ปัญหา

      มินดาเนาก็เช่นเดียวกัน เคยมีเขตปกครองพิเศษ  แต่มันก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง  เพราะหลายฝ่ายกระทำเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้นำ  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงว่างเปล่า  เพราะการบริหารจัดการถูกควบคุมจากส่วนกลางเป็นสำคัญ  ดังนั้น  เราต้องเปลี่ยนชะตากรรมของสังคมโดยถือเป็นภาระหน้าที่ของพวกเราทุกคน อย่าเอาเขตปกครองพิเศษเป็นข้ออ้างสำหรับการแก้ปัญหาเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง..... “

เสียงส่วนหนึ่งของไทยพุทธ  

กรณีการกระจายอำนาจสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้

      พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ  ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล  สถาบันพระปกเกล้า  กล่าวว่า “คนในพื้นที่ต้องยืนหยัดด้วยตนเอง อย่าคาดหวังที่จะ “พึ่งรัฐ” เราต้องร่วมมือกันในภาคประชาชน  การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นจากตัวของเราเอง  ไม่ใช่จากคนนอกพื้นที่” 

      อาจารย์ประสิทธิ์  เมฆสุวรรณ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้  “ BRN เป็นตัวปัญหาการก่อความไม่สงบ  สามจังหวัดจะสงบได้ต้องคุยกับผู้นำขบวนการ ที่ผ่านมา  กระบวนการแก้ปัญหาเป็นไปในลักษณะคันที่ตูด  แต่เกาที่หัว  รัฐและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง  จับไม่ถูกคน  ทำให้จำนวนคดีความมั่นคงเต็มเรือนจำ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ  หลายคนถูกพิพากษายกฟ้อง เพราะไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำผิดตามข้อกล่าวหา.....อิสรภาพที่ถูกจองจำโดยตนเป็นผู้บริสุทธิ์.... ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

      กลุ่มขบวนการฯ  ไม่ต้องการเขตปกครองพิเศษ แต่ต้องการเอกราช  สมานฉันท์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้  ถ้ารัฐไทยหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดแต่สิ่งที่ตนต้องการ  เรียกร้องเพียงเพื่อประโยชน์ของตน  เรื่องของมึงกูไม่เกี่ยว” 


เสียงส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมโครงการฯ


      หนึ่งเสียงจากผู้เข้าร่วมโครงการฯ  เชื้อสายจีน  กล่าวว่า  “หลายปีที่ผ่านมา  พี่น้องประชาชนต้องตาย  ๓-๕  พันคน   ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อชะตากรรมประชาชน  กลับขึ้นเครื่องบินลงพื้นที่ภาคใต้ใช้ระยะเวลา  ๓-๔  ชั่วโมง  แล้วก็กลับไป  จากนั้นก็อ้างรูปแบบการแก้ปัญหาตามแบบฉบับของตนเอง  ทั้งๆ  ที่พี่น้องประชาชนสัมผัสกับพื้นที่ทุกวัน แต่เสียงของพวกเขากลับไม่สามารถสะท้อนความต้องการและปัญหาของตนเอง”  

      ในขณะที่นายอับดุลเลาะ  ดอเลาะ  อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ตั้งข้อสังเกตว่า  “เขตปกครองพิเศษไม่ใช่ทางออกสำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง  หากแต่จะเป็นช่องทางในการเพิ่มขั้วอำนาจที่ทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นหรือไม่?” 

      หากเขตปกครองพิเศษคือคำตอบของการแก้ปัญหา  คำถามที่เกิดขึ้นคือ  ทำไมกลุ่มติดอาวุธจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของตน ทั้งๆ  ที่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น   เหล่านี้  ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า นโยบายรัฐและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ไม่สามารถตอบสนองปัญหาและความต้องการของคนที่ถูกรังแกและถูกกดขี่อย่างแท้จริง

      วันนี้เขตปกครองพิเศษอาจไม่ใช่คำตอบที่ประชาชนต้องการ  เพราะประชาชนเคยเรียกร้องความต้องการในการกำหนดชะตากรรมของตนเองมาแล้ว  โดยเฉพาะ หะญีสุหลงในอดีตเคยยื่นข้อเรียกร้อง  ๗  ข้อ  แต่ข้อเสนอเหล่านั้น  กลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐและสังคม 

      กระบวนการสร้างสันติภาพในวันนี้และอนาคต.... จึงน่าจะหมายถึงการก้าวข้ามกรอบความคิดเรื่องเขตปกครองพิเศษ..... 

      หากประชาชนต้องการสิ่งอื่น.....รัฐและสังคมกล้าพอหรือไม่ที่จะพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ปัญหาและจัดการความขัดแย้ง.....หรือเป็นเพียงน้ำผึ้งอาบยาพิษเสมือนเช่นอดีตที่เคยผ่านมา


      แหล่งข่าว : BungarayaNews
Last Updated ( Monday, 14 December 2009 05:48 )
 

ร่วมรณรงค์ ยกเลิกกฎหมายพิเศษ

Copyright © 2010 macmuslim.com. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.

Powered by Joomla!. Designed by: Free Joomla 1.5 Theme, ftp encyclopedia. Valid XHTML and CSS.