Home Op-Ed สถาปัตยกรรม...ที่ขาดดุลยภาพกับปรากฏการณ์นกปีกหัก
สถาปัตยกรรม...ที่ขาดดุลยภาพกับปรากฏการณ์นกปีกหัก PDF Print E-mail
Written by อัลอัค   
Monday, 14 September 2009 03:00

สถาปัตยกรรม...ที่ขาดดุลยภาพ
กับปรากฏการณ์นกปีกหัก


http://4.bp.blogspot.com/_n-njTteDnPw/RewQ_3oGxYI/AAAAAAAAAOE/va5IqtGcmTo/s400/broken+glass.gif

โดย อัล อัค

 

              ความจริงประวัติศาสตร์ความความขัดแย้ง ความตกต่ำและความรุนแรงที่เกิดขึ้นท่ามกลางประชาชาติอิสลาม มาจากสิ่งที่เราเรียกว่า การเสียดุล ... เป็นการขาดการตระหนักว่า อิสลามเปรียบเสมือนสถาปัตยกรรมที่งดงามยิ่ง แต่เมื่อถูกแสดงออกมาเพียงบางส่วนมันอาจดูไม่ได้

ผมคิดว่า ความน่ากลัวที่ผู้คนในโลกมองเห็นอิสลามนั้นเป็นเรื่องที่มีเหตุผล เพราะเขามองเห็นอิสลามเพียงบางด้าน และเป็นบางด้านที่กลายเป็นทั้งหมด...ความจริงบางด้านที่เห็นว่าน่ากล้วของสิ่งหนึ่งเมื่อประกอบเข้ากับองค์ประกอบอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น กรงเล็บของสัตว์ หนามของพืชบางชนิด เป็นต้น แต่เมื่อคนเพ่งมองแต่กรงเล็บและหนามโดยขาดคำอธิบายถึงความจำเป็นของระบอบ ภาพที่ปรากฏออกมาจึงมีแต่ความน่าสะพรึงกลัวล้วนๆ 
           อย่างไรก็ตาม การโทษชาวตะวันตกว่าเอาแต่เพ่งมองภาพจุดเดียวแบบไม่เข้าใจและขยายใหญ่โตแบบผิด ๆ อย่างเรื่องญิฮาดและการลงโทษอาชญากรในอิสลามเพียงอย่างเดียวนั้นดูจะไม่ค่อยยุติธรรมกับพวกเขาเท่าไรนัก ความจริงกลุ่มนิยมอิสลามต่าง ๆ ก็เพ่งมองคำสอนอิสลามและเคลื่อนไหวเพียงด้านเดียว จนเป็นเหตุให้เกิดภาพลักษณ์ที่ผิด ๆ เช่นกัน 

ในอดีตกลุ่มเคาะวาริจญ์ในอดีตกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางชีวิตที่มุ่งเน้น กฎหมาย หรือการใช้กฎเกณฑ์ในชีวิตอย่างเคร่งครัด สำหรับพวกเขาการละเมิดกฎของพระเจ้าเท่ากับการเป็นขบถในทันที เมื่อผู้คนที่นิยามวิถีแบบนี้ขยายตัวขึ้นเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน โลกมุสลิมก็เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดระหว่างเคาะวาริจญฺกับพวกที่พวกเขาเข้าใจว่าไม่ใช้กฎหมายของอัลลอฮฺตัดสิน ... มันเป็นห้วงเวลาที่ผู้คนตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวต่ออิสลามในแบบที่พวกเขานำเสนอ
           ขณะเดียวกันมีผู้คนจำนวนไม่น้อยก็เพ่งมองอิสลามไปที่ด้าน 
จิตวิญญาณ เพียงด้านเดียว ในไม่นานแนวศูฟียฺที่เลยเถิดต่าง ๆ ก็กำเนิดขึ้นอย่างมากมาย บางกลุ่มหนีออกจากกฎหมายไปไกล วิถีชีวิตของพวกเขาคล้ายนักพรตขึ้นทุกที ๆ ถึงขนาดว่าพวกเขามีอาศรมส่วนตัว มีระบบการแบ่งชั้นของศูฟียฺที่ถูกมองจากภายนอกว่าเป็นนักบวชในอิสลาม … ทั้งที่อิสลามไม่มีนักบวช !!!

http://www.wallpaperez.info/wallpaper/games/m/Assassins-Creed-Assassin-VS-Crusader-1036.jpg

           ประวัติศาสตร์ความวุ่นวายในอิสลามเป็นผลมาจากการไม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ของคำสอนสองด้านที่แตกต่างกัน การมุ่งเน้นด้านเดียว ผลที่ได้จากการใช้คำสอนเสียดุลคือชีวิตที่สูญเสียการทรงตัวของผู้คน ... ตัวอย่างพวกเคาะวาริจญ์ พวกเขาไม่ยอมเอาอินทผาลัมแม้แต่ลูกเดียว ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต แต่พร้อมจะหลั่งเลือดกับมุสลิมด้วยกันเพียงแค่ไม่ได้เชื่อเหมือนพวกเขา คนที่เป็นเคาะวาริจญ์อย่างอับดุรเราะมาน บิน มุลญัม ผู้ส้งหารเคาะลิฟะฮฺอาลี(เราะดิยัลลอฮุ อันฮุ)นั้นอ่านอัลกุรอานขณะที่เขาจ้วงแทงท่านอาลีด้วยกริช !!!
         เคาะวาริจญ์มองเห็นอิสลามที่เต็มไปด้วยบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน พวกเขาอยู่ในโลกที่เกรงกลัวอัลลอฮฺอย่างจับใจ จนไม่เห็นใจผู้คน มุ่งปฏิบัติตามคำสั่ง ดั่งทหารที่รอคอยการเสียสละ โลกของพวกเขาขาดซึ่งความอ่อนโยน พวกเขามักเรียกตัวเองว่า อัช-ชูรอต หรือคนที่ขายชีวิตตัวเองให้กับอัลลอฮฺไปแล้ว นักเขียนคนหนึ่งบรรยายพวกเขาไว้ว่า 
เป็นคนหนุ่มที่ดูแก่ในวัยหนุ่ม สายตาพวกเขาหดหู่ต่อความชั่วร้าย เท้าพวกเขาหนักที่จะไปสู่ความเลวทราม พวกเขาผ่ายผอมเพราะละหมาดมากเกินไป และซูบซีดอ่อนแอ เพราะต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

         ส่วนพวกศูฟียฺบางกลุ่มถูกมุมมองบางด้านของอิสลามทำให้มองทุกอย่างเป็นสากล พวกเขาต่อยอดความคิดไปเกินขอบเขต ทำให้มองเห็นมุชรีกีนก็เป็นเหมือนมุสลิมเพราะต่างก็เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ นั่นหมายถีงว่ากุฟรฺกับอิหม่านก็เหมือนๆกัน อิสลามแบบนี้อาจสร้างความประทับกับคนไม่ใช่มุสลิมได้ง่าย แต่ทว่ามันได้กัดกร่อนหลักศรัทธาอิสลาม จนเป็นที่มาการเกิดลัทธิใหม่ ๆ ตัวอย่างที่เห็นได้คือในสมัยราชวงศ์โมกุลของอินเดีย ที่แนวคิดแบบศูฟียฺสุดโต่งเป็นตัวบ่มเพาะศาสนาซิกส์และดีนอิลาฮียฺของจักรพรรดิอักบัร 
http://nfon.org/images/whirlingdervish1.jpg

 กลุ่มศูฟียฺมักเน้นการมองอิสลามผ่านความรัก อิสลามของพวกเขาเต็มไปด้วยความงดงาม การเสียสละ ความใจกว้าง การเปิดกว้างของพวกเขาบ่อยครั้งที่ไปละเมิดกฎหมายอิสลามเข้า และเมินเฉยต่อการต่อสู้ต่อศัตรูที่รุกราน ...

ความเลยเถิดของเคาะวาริจญ์และความตกขอบของศูฟียฺบางกลุ่มเป็นสิ่งที่ถูกปฏิเสธในระบอบความเข้าใจอิสลามจากอุละมาอ์นักฟื้นฟูตลอดประวัติศาสตร์ แต่อิสลามก็ไม่ได้ปฏิเสธการใช้กฎหมายและวิถีแห่งจิตวิญญาณภายใน แต่ต้องการทั้งสองด้านนี้ โดยต้องนำไปใช้ได้อย่างกลมกลืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ
          แน่นอนว่า หากอิสลามไม่ได้สอนให้ตระหนักถึงบทลงโทษที่น่ากลัวของอัลลอฮฺ ก็ยากที่จะมีคนเตาบัตกลับเนื้อกลับตัว แต่อิสลามก็มีอีกด้านหนึ่ง คือการสอนถึงความรักและความหวังต่อการอภัยจากอัลลอฮฺ ซึ่งคนที่เตาบัตตัวแล้วต้องรู้สึกสำนึกด้านนี้ต่อ ถ้ามิเช่นนั้นชีวิตจะเครียดเศร้าสลดว่าอัลลอฮฺจะอภัยให้หรือไม่ เหมือนดังที่ชาวสลัฟกล่าวว่า 
เราเหมือนนกที่บินกลับไปหาอัลลอฮฺ ซึ่งต้องใช้ปีกสองข้าง ข้างหนึ่งคือความหวาดหวั่นต่ออัลลอฮฺ อีกข้างหนึ่งคือความหวังที่มีต่อพระองค์ นอกจากนี้ เราต้องเรียนรู้วิธีการขยับปีกให้ถูกจังหวะอีกด้วย... ถึงจะบินได้
       คงไม่ต้องจินตนาการถึงนกปีกหักที่พยายามใช้ปีกข้างเดียวพยุงตัวเอง แต่แล้วในที่สุดก็ต้องร่วงหล่นจากฟ้าอย่างสิ้นท่า ... ผลที่เลวร้ายของกลุ่มที่มีแต่ความกล้วอัลลอฮฺ(โดยขาดซึ่งความหวัง)กับกลุ่มที่ปราศจากความกลัวต่ออัลลอฮฺ(เน้นแต่ความหวัง)นั้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วในหน้าประวัติศาสตร์    

 เราอาจจะต้องเรียนรู้วิธีการของเหล่านักฟื้นฟูอิสลามในประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เราจะพบว่า พวกเขาไม่ใช่นักรื้อถอนอิสลาม แต่เป็นผู้ชำระมลทินให้ออกไปและฟิ้นฟูความสมดุลให้กับด้านต่าง ๆ ... อิหม่ามฆอซาลียฺ อิหม่ามอิบนุ กอยยิม เป็นตัวอย่างของผู้มีความปราดเปรื่องในการแสวงหาความสมดุลระหว่างกฎหมายและจิตวิญญาณ ... ตัวอย่างที่ชัดเจนในอินเดียนั้น เชคอะหฺมัด ซิรฮินดียฺ ท่านมาจากแวดวงของศูฟียฺที่หันมาชำระแนวคิดศูฟียฺให้หลุดจากปรัชญาวะหฺดะตุลวุญูด โดยที่ท่านมิได้ปฏิเสธจิตวิญญาณแบบศูฟียฺ แต่ขณะเดียวกันท่านก็เน้นอีกด้านหนึ่งคือ การต่อสู้กับระบบของราชวงศ์โมกุลในการใช้กฎหมายอิสลาม ...
            นักฟื้นฟูร่วมสมัยบางท่านที่เสนอสโลแกน 
ทำศูฟียฺให้เป็นสลาฟียฺ และ ทำสลาฟียฺให้เป็นศุฟียฺ ไม่ได้หมายความว่า ให้ศูฟียฺละทิ้งแนวทางไปเป็นสลาฟียฺ หรือเปลียนให้สลาฟียฺไปยึดวิธีการที่ผิดๆของศูฟียฺ แต่มันหมายถึงการชำระแนวทางจิตวิญญาณของศูฟียฺให้สอดคล้องกับแนวสลัฟ และหมายถึงการทำให้แนวสลาฟียฺมีความสมดุลด้วยการเสนอด้านของจิตวิญญาณเข้าไป... นี่คือตัวอย่างของการชำระมลทิลและการสร้างความสมดุลที่จะทำให้ภาพอิสลามที่แท้จริงปรากฏออกมา  

http://www.siteberry.com/users/islamicfoundationstore/images/islam-general/sufismandshariah/sufism-and-shariah.jpg

 ปัญหามากมายของความขัดแย้งก็อาจมาจากการสูญเสียดุลย์นี่เอง ดั่งความไม่ลงตัวระหว่างฝ่ายที่เน้นการยึดในกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ กับฝ่ายที่เน้นการให้ความสำคัญกับอุละมาอ์ ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันคือสิ่งที่ต้องอยู่ด้วยกันและต้องมีวิธีวางตำแหน่งให้ประสานกันให้ลงตัวด้วย หรือแม้กระทั่งปัญหาการสังกัดกลุ่ม ระหว่างฝ่ายที่ยึดมั่นกับกลุ่มกับฝ่ายที่ปฏิเสธการมีกลุ่ม ซึ่งความจริงความสมดุลอยู่ที่การมีกลุ่มทำงานเพื่อไว้ทำงาน ไม่ได้มีไว้สร้างพวก นั่นคือควรมีกลุ่มสังกัดที่สอดคล้องกับธรรมชาติของตนเอง ด้วยจิตใจที่เป็นอิสระไม่ยึดติดใดๆ 

ในอดีตกลุ่มที่เบี่ยงเบนออกไปไม่ได้หมายความว่า แต่ละกลุ่มจะเลวบริสุทธิ์ แต่พวกเขากำลังสูญเสียความสมดุลในด้านต่าง ๆ การไม่สามารถประสานให้ลงตัวได้ถูกต้อง จนเกิดความขัดแย้งระหว่างหลักการสองด้าน เช่น ระหว่างการยึดถือกฎหมายและวิถีจิตวิญญาณ ระหว่างวะหุยุและการใช้ปัญญา ระหว่างตัวบทหลักการและปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ … ฯลฯ
          การสูญเสียดุลบางเรื่องอาจเป็นหลักปฏิบัติบางอย่าง เช่น การถือศีลอดที่ไม่เข้าใจความสมดุลระหว่างรูปแบบและเจตนารมณ์ ก็อาจจบลงตรงที่ได้แค่หิวกระหาย... แต่บางเรื่องก็อาจลุกลามเป็นที่มาของกลุ่มนิกายใหม่ ๆ อย่างกลุ่มเคาะวาริจญ์ต่าง ๆ กลุ่มเราะวาฟิฎหลากหลายสาขา กลุ่มมุอตะซิละฮฺ เป็นต้น ซึ่งเกิดและดับไปมากมาย นี่เป็นธรรมชาติของการเสียดุลย์ คือการเสียการทรงตัว ซึ่งต้องล้มลงหรือแตกสลายไป แต่ก็ยังมีกลุ่มใหม่ ๆ ที่ปรับตัวมาสืบสานต่อหรือสร้างใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ 

อิสลามเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและสมส่วน แต่เมื่อเราเสนอแค่เสาบางต้นให้คนดู มันอาจจะให้ภาพตรงกันข้าม อิสลามที่ผู้คนในโลกมองเห็นทุกวันนี้บูดๆเบี้ยว ๆ อาจเห็นแค่ความรุนแรง การกดขี่ผู้หญิง การไม่ใช้เหตุผล ภาพลักษณ์ที่เสียหายมาจากมองเห็นเศษเสี้ยวบางอย่างของอิสลาม แม้แต่คนมุสลิมบางคนก็มองเห็นผิดพลาดได้ไม่ยาก ...
           นี่คือปัญหาอิสลามที่ปรากฏในจินตนาการของผู้คนทุกยุคทุกสมัยที่เกิดจากความล้มเหลวในงานสถาปัตยกรรม

  

...................................

 

ร่วมรณรงค์ ยกเลิกกฎหมายพิเศษ

Copyright © 2010 macmuslim.com. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.

Powered by Joomla!. Designed by: Free Joomla 1.5 Theme, ftp encyclopedia. Valid XHTML and CSS.